วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ให้จ้อนท์แคร์ JONTKARE ช่วยดูแล โรคกระดูก ปวดข้อ ข้อเสื่อม.....




ปริมาณและราคา 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท

ดูข้อมูลที่   http://jontkarenut.blogspot.com
     






ตัวแทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ 

 จ้อนท์แคร์ (jontkare)




คุณ วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์
   
โทร.064-549-3661 ,095-163-9336


https://line.me/ti/p/~kunnut599




อีเมล์ : kunnut59@gmail.com



ประเภทของข้อเสื่อมมีดังนี้ ....

ประเภทของข้อเสื่อม 


มีด้วยกัน 2 ประเภท ดังนี้

ในโรคข้อเสื่อมแบ่งเป็น 2 ประเภทตามสาเหตุและ

ปัจจัยเสริม ได้แก่



ข้อเสื่อมชนิดปฐมภูมิ (primary)คือไม่สามารถระบุ

สาเหตุหรือปัจจัยเสริมได้ชัดเจน และเป็นประเภท

ที่พบบ่อยที่สุด

 
ส่วนข้อเสื่อมชนิดทุติยภูมิ (secondary)



        เกิดจากสาเหตุทางเมตาบอลิกเช่นโรคเกาต์

เทียม ข้อเสื่อมจากการบาดเจ็บและข้อเสื่อมจาก

โรคข้อเรื้อรังเช่นข้ออักเสบรูมาตอยด์ 


  อย่างไรก็ตามโรคข้อเสื่อมทั้งสองประเภทนี้จะมี

อาการและอาการแสดงที่คล้ายคลึงกัน





    สาเหตุของโรค โรคข้อเสื่อมเกิดจากหลาย

สาเหตุ ดังนี้


1. ปัจจัยทั่วไป 

( constitutional factors) เช่น พันธุกรรม เพศ




อายุที่มากขึ้น น้ำหนักตัวเพศ เพศหญิงมีโอกาส

เกิดข้อเสื่อมมากกว่าเพศชายถึง 2 เท่าโดยเฉพาะ


ผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป



     หรือช่วงวัยหมดประจำเดือนเซลล์กระดูกอ่อน

ที่มีตัวจับกับฮอร์โมนเพศหญิงทำงานน้อยลงทำให้

การสร้างโปรติโอไกลแคน(proteoglycan)ที่ใช้

ซ่อมแซมเซลล์กระดูกอ่อนลดลง 



อย่างไรก็ตามพบว่าหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ได้

รับยาฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนจะช่วยลด

โอกาสเกิดข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมได้ 


โดยพบว่ามากกว่าร้อยละ 80%ของผู้ที่มีอายุ

มากกว่า 75 ปีจะเป็นโรคข้อเสื่อม


ถ้านำผู้สูงอายุกลุ่มดังกล่าวมาถ่ายภาพเอกซเรย์ก็

จะพบข้อเสื่อมทุกรายแต่จะมีอาการหรือไม่นั้นก็ขึ้น


กับปัจจัยอื่นอีกทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าเมื่ออายุ


มากขึ้นการตอบสนองต่อสารกระตุ้นการเจริญ


   โปรติโอไกลแคนไม่สมบูรณ์ มีโปรตีนเชื่อมต่อ

น้อยลงนอกจากนี้อายุที่มากขึ้นยังทำให้เซลล์


กระดูกหมดอายุขัยเร็วขึ้น 


      รวมถึงการสร้างและการซ่อมแซมเซลล์กระดูก


อน (chondrocyte)ลดลงความอ้วน 



         บุคคลที่มีน้ำหนักมากหรือมีค่าดัชนีมวลกาย
 
(body mass index, BMI)สูงกว่าปกติ

จะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อมเพิ่มขึ้น


       เนื่องจากข้อเข่าเป็นจุดรับน้ำหนักของร่างกาย

เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นแรงที่กดลงบนผิวข้อก็จะเพิ่มขึ้น

และเนื่องจากข้อเข่าเป็นข้อที่ใช้ในการทรงตัวมาก

ที่สุด


      ดังนั้นเมื่อใช้งานข้อเข่าอย่างหนักเช่นขึ้นลง

บันไดมากแบกของหนักจะยิ่งเพิ่มแรงกดลงที่ข้อ
เข่า

      นอกจากนี้น้ำหนักที่มากเกินไปยังมีผลต่อ

ท่าทางการเดิน ทำให้เข่าโก่งออกทำให้เวลาเดิน

จะเจ็บข้อเข่าด้านในได้







2. ปัจจัยเฉพาะที่ 


         (local adverse mechanical factors)  เช่น 

ตำแหน่งของข้อ การบาดเจ็บที่ข้อตำแหน่ง

ของข้อ มีผลอย่างมากเนื่องจากเป็นบริเวณ

ที่ต้องรับน้ำหนักเช่นข้อเข่า ข้อเท้า 

ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อสะโพก แต่ละข้อมีเอนไซม์

 



และการตอบสนองต่อการอักเสบต่างกัน

สารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ



ที่สำคัญคือสารไซโตไคน์ (cytokine)

โดยพบว่าที่เซลล์กระดูกอ่อนข้อเข่ามีตัวรับไซโต

ไคน์

ชนิดอินเตอร์ลิวคิน 1 (interleukine 1, IL- 1) 

และเอนไซม์ MMP-8 มากกว่า





ที่ข้อเท้า ดังนั้นข้อเข่าจึงมีโอกาสเสื่อมมากกว่าที่ข้อเท้า


     การบาดเจ็บ เป็นจุดเริ่มต้นของข้อเสื่อมโดยอาจเริ่มจากบาดเจ็บเล็กน้อยและซ้ำซาก ซึ่งใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าจะกลายเป็นข้อเสื่อมการบาดเจ็บทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงภายในข้อลดลง


     ทำให้สารอาหารถูกดูดซึมเข้ามาใช้ซ่อมแซมลดลง   (microfracture) บริเวณรอยต่อระหว่างกระดูกกับกระดูกอ่อนและมีหินปูนมาจับบริเวณรอยต่อดังกล่าว(subchondral bone sclerosisหรือ spur หรือ osteophyte) 


        นอกจากนี้อาจพบโพรงน้ำภายในกระดูกที่อยู่ใต้กระดูกอ่อน (subchondral bone cyst) สิ่งเหล่านี้ทำให้ความยืดหยุ่นของข้อลดลง รับแรงกระแทกได้น้อยลง 


     เมื่อเป็นเรื้อรังจะทำให้โครงสร้างของข้อผิดรูปไปจากปกติ และทำให้เกิดอาการปวด รวมถึงมีปัญหาในการใช้งานข้อนั้นๆ

นอกจากนี้ปัจจัยเฉพาะที่อื่นๆ

ที่ทำให้เกิดข้อเสื่อมได้ เช่น อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อโครงสร้างพื้นฐานของข้อในแต่ละบุคคล เช่น โครงสร้างของเส้นเลือดความสามารถใน การซ่อมแซมตัวเอง ฯลฯ


อาการและอาการแสดง

       ของโรคข้อเข่าเสื่อมอาการโดยร่วมของโรคข้อ

เข้าเสื่อมได้แก่ อาการบวมปวดฝืดตึงข้อตอนเช้า 

ปวดเสียดในข้อ 


      อาจได้ยินหรือรู้สึกกุบกับภายในข้อมักมี

อาการมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว


หรือหลังการใช้งานข้อมากขึ้น อาการปวดมักดีขึ้น

หลังหยุดใช้งานแต่ในรายที่เป็นมากแม้ว่าจะหยุด

ใช้งานข้อดังกล่าวแล้ว


อาการปวดอาจคงอยู่ได้หลายชั่วโมง รายที่มี

อาการอักเสบบ่อยผิวข้อจะแคบลงโดยเห็นได้จาก

ภาพเอกซเรย์และทำให้ข้อผิดรูปเช่นเข่าโก่ง


 จนทำให้ใช้งานข้อนั้นได้ไม่เหมือนปกติ อย่างไร

ก็ตามผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการแตกต่างกันขึ้น

กับสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อเสื่อมด้วย เช่นการบาดเจ็บ




จากการเล่นกีฬา การที่เคยเป็นโรคข้ออักเสบอื่นมาก่อน



เช่นข้ออักเสบจากผลึกเกลือข้ออักเสบรูมาตอยด์

บางรายเกิดจากการใช้งานมากเกินไปหรือใช้งาน

ผิดประเภทนอกจากนี้ปัจจัยส่วนบุคคลเช่น




เพศ อายุ น้ำหนักตัวความแข็งแรงของระบบ



กล้ามเนื้อเส้นเอนที่พยุงข้อก็มีผลให้อาการและ

ความรุนแรงในแต่ละคนไม่เท่ากันแพทย์สามารถ

ตรวจข้อของผู้ป่วยเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและ

ประเมินระดับความรุนแรง รวมถึงการวินิจฉัยแยก

โรคข้ออักเสบเรื้อรังอื่น 



การตรวจพบว่าข้อบวมใหญ่ขึ้นมีน้ำในข้อกระดูก

หรือข้อผิดรูปเช่นลักษณะโก่งเข้า (varus)หรือโก่ง

ออก (valgus) ซึ่งพบบ่อยที่ข้อเข่า

รองลงมาคือข้อนิ้วมือ (Heberden’s &Bouchard’s 

node)และข้อต่อบริเวณฐานของข้อนิ้วหัวแม่มือ

(carpometacarpal joint) ข้อสะโพก ข้อนิ้วโป้ง

เท้า ข้อกระดูกสันหลังและกระดูกคอ นอกจาก

อาการ 

ดังกล่าวข้างต้นแล้วบางครั้งเมื่อขยับหรือกดที่ข้อจะ


รู้สึกเจ็บปวดได้อาจได้ยินเสียงกุบกับ 

(crepitus)และสัมผัสได้ว่าผิวข้อเสียดสีกันบางครั้ง

ตรวจได้ว่าเอ็นหรือกล้ามเนื้อรอบข้อมีความตึงเกร็ง

หรือบางรายอาจจะหย่อนกว่าปกติ



จ้อนท์แคร์ (jontkare)เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน
จึงขายดีที่สุดในขณะนี้










ผลิตภัณฑ์อนท์แคร์(jontkare)สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง


ปริมาณและราคา 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท




ดูข้อมูลที่   http://jontkarenut.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์


โทร.064-549-3661 , 095-163-9336

https://line.me/ti/p/~kunnut599


                    อีเมล์  :  kunnut59@gmail.com