วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของบูลเบอร์รี่ ที่มีอยู่ใน จ้อนท์แคร์ (jontkare)

ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่

ที่มีใน จ้อนท์แคร์ (jontkare)
 

 มีดังต่อไปนี้ คือ 


      1.เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งร่างกายต้องการเพื่อช่วยทำให้เซลล์ในร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองจากโรคต่างๆได้ดีขึ้น

       รวมทั้งการรักษาบาดแผลการป้องกันโรคมะเร็งลดการเป็นโรคเลือดออกตามไรฟันตลอดจนถึงโรคเกาต์หรืออาการปวดตามข้อ

     2.บลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ให้ดียิ่งขึ้น

      ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคทางประสาทและสมองช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกาย

      และชะลอความแก่ชราฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยดูลบเลือนลง 

       ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยและอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย (ข้อมูลของ USDA หรือสถาบันวิจัยโภชนาการทางด้านสรีระศาสตร์

      ได้ระบุว่าบลูเบอร์รี่จัดเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดซึ่งผลจากการทดสอบค่าที่เรียกว่า “ORAC” (Oxygen Radical Absorbance Capacity)

        ได้แสดงให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่สดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลไม้สดและผักชนิดอื่น)




       3.ช่วยในเรื่องของระบบประสาทและสมองช่วยทำให้เซลล์สมองสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น       
     ทำให้ความสามารถในการจำของเราดีขึ้นป้องกันโรคอัลไซเมอร์รักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย

     โดยมีรายงานว่าผศ.โรเบิร์ตคริโคเรียนแห่งศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัยซินซินเนติในสหรัฐ

    ได้ทำการทดลองให้ผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการหลงๆลืมๆได้ดื่มน้ำบลูเบอร์รี่คั้นสดวันละ 2 แก้ว เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน 

       ผลการทดลองพบว่าผู้สูงอายุเหล่านั้นมีความทรงจำที่ดีขึ้นจึงเชื่อว่าผลบลูเบอร์รี่ดิบๆจึงน่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมด้วย




      4.บลูเบอร์รี่เป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง

        5.บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารแอนโทไซยานิน

 (Anthocyanin)ประกอบอยู่


       โดยเป็นสารจำพวกฟลาโวนอยด์ที่มีสีแดงอมม่วงสารนี้มีประโยชน์ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรง 

         ช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดในระดับที่เล็กมากขึ้นและช่วยในการทำงานของกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของเซลล์เรตินา

        6.สาร
แอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides)
เป็นสารที่มีคุณสมบัติเทียบได้กับสารไบโอฟลาโวนอยด์สามารถช่วยทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง


       ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และสารชนิดนี้ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของไต


       และช่วยรักษาผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยเปราะในอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียและสารแอนโธไซยาโนไซด์ชนิดหนึ่ง

      คือสารไมร์ทิลลิน (Myrtliiln) เป็นสารสีน้ำเงินที่มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคที่เรียได้ด้วย

    7.สารแอนโทไซยานินที่พบได้มากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่รวมถึงบลูเบอร์รี่มีส่วนช่วยในการป้องกัน
อาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาหนัก

     ช่วยทำให้สายตาทำงานได้ดีขึ้นในที่มืด และยังช่วยป้องกันต้อกระจก ต้อหิน ต้อลม 

    ช่วยลดความดันในลูกตา และลดความเจ็บปวดจากการบวมในลูกตา 

    โดยข้อมูลจาก Archives of Ophthalmology ชี้ว่าการรับประทานบลูเบอร์รี่วันละ 3 ถ้วย จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาที่เกิดในวัยผู้ใหญ่ได้ด้วย

    8.ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นระปรี้กระเปร่า

      9.ช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหาร

    และทำให้การขับถ่ายของร่างกายทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น

     จึงช่วยป้องกันโรคท้องผูกและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้

10. บลูเบอร์รี่มีสาร Pterostilbene 




ที่ช่วยรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และตับ และยังมีกรด Ellagic ที่ทำงานควบคู่กับแอนโทไซยานิน และสารต้านอนุมูลอิสระ

      ที่ป้องกันมะเร็งโดยผลการวิจัยของ Journal of Agricultural and Food Chemistry

     ชี้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วย


   11. ในเรื่องของระบบปัสสาวะแบคทีเรียอีโคไล
ที่ผนังท่อทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่มีผลทำให้เกิดอาการอักเสบ


     และรู้สึกแสบในขณะปัสสาวะ บลูเบอร์มีสารที่ทำให้แบคทีเรียชนิดนี้หยุดการเจริญเติบโต และช่วยล้างแบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะ

   12. สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีควบคุมน้ำหนัก



     หรือลดความอ้วนแบบง่ายๆแต่ได้ผลแนะนำ

ให้รองรับประทานบลูเบอร์รี่เพราะผลไม้ชนิดนี้
เป็นแหล่งของพลังงานชั้นยอดที่มีแคลอรี่ต่ำ


  ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเพราะมีเส้นใยอาหารที่ช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานกว่าเดิม

    13.บลูเบอร์รี่มีสารเพคตินที่สามารถช่วยในการลดระดับของคอเลสเตอรอล
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด


     14.จากการศึกษาของศูนย์หัวใจและหลอดเลือด


มหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้แสดงให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่
อาจช่วยลดไขมันหน้าท้อง 


    และความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้โดยพบว่าหนูทดลองที่รับประทานผงบลูเบอร์รี่ผสมในอาหารของหนู 

    เป็นระยะเวลา 90 วันมีไขมันหน้าท้องน้อยลง และระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง

   15.บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่เป็นตัวต่อต้านสารพิษและช่วยล้างพิษในร่างกาย

   16.วิตามินซีในผลบลูเบอร์รี่จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง และแก้มแดงมีเลือดฝาด
 


สารสกัดจากบลูเบอร์รี่ 






ที่มีอยู่ใน จ้อนท์แคร์ (jontkare)ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare)สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง

     การป้องกันข้อเสื่อม ผู้ป่วยควรรู้จักการปฏิบัติตัว
ที่จะไม่ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น เช่น การวิ่ง นั่งพับเพียบในรายที่มีข้อเข่าเสื่อม หลีกเลี่ยงการยกของหนัก


      ในรายที่อ้วนมาก ก็ช่วยลดแรงน้ำหนักตัว
ที่กระทำต่อข้อได้เช่นกันนอกจากนี้การใช้อุปกรณ์
ทางการแพทย์ เช่น ไม้เท้า จะช่วยลดการถ่ายแรง
ที่กระทำต่อข้อของขาได้


จ้อนท์แคร์(jontkare)เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจนจีงขายดีที่สุดในขณะนี้




ผลิตภัณฑ์จ้อนท์แคร์(jontkare)สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท

ดูข้อมูลที่   http://jontkarenut.blogspot.com
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ วรกัญณัฎฐ์   อัครเรืองวงศ์

 โทร. 064-549-3661 , 095-163-9336


https://line.me/ti/p/~kunnut599




                            อีเมล์ : kunnut59@gmail.com


    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น