วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ปฏิบัติตัวเมื่อเป็น โรคข้อเข่าเสื่อมมีดังต่อไปนี้



ปฏิบัติตัวเมื่อเป็น....



 โรคข้อเข่าเสื่อมมีดังต่อไปนี้




    1.ดน้ำหนัก เพราะเมื่อเดินจะมีแรงกดลงที่เข่าประมาณ 5 เท่าของน้ำหนักตัวแต่ถ้าวิ่งจะมีแรงกดลงที่เข่าเพิ่มขึ้นเป็น710เท่าของน้ำหนักตัว

     (การถีบจักรยานเข่าจะรับแรงกดเพียง1.5เท่าของน้ำหนักตัวเท่านั้น)ดังนั้นถ้าลดน้ำหนักตัวได้ เข่าก็จะรับแรงกดน้อยลงทำให้เข่าเสื่อมช้าลงและอาการปวดก็จะลดลงด้วย



   2.ท่านั่ง ควรนั่งบนเก้าอี้สูงระดับเข่าซึ่งเมื่อนั่งห้อยขาแล้วฝ่าเท้าจะวางราบกับพื้นพอดี

   ไม่ควรนั่งพับเพียบนั่งขัดสมาธิ นั่งคุกเข่านั่งยองๆหรือนั่งราบบนพื้นเพราะจะทำให้ผิวข้อเข่าเสื่อมเร็วมากขึ้น

    3.เวลาเข้าห้องน้ำ ควรนั่งถ่ายบนโถนั่งชักโครก




    หรือ นั่งบนเก้าอี้สามขาที่มีรูตรงกลางวางไว้เหนือคอห่านควรทำที่จับยึดบริเวณด้านข้างโถนั่งเพื่อใช้จับพยุงตัวเวลาจะลงนั่งหรือจะลุกขึ้นยืน

   ไม่ควรนั่งยองๆเพราะผิวข้อเข่าเสียดสีกันมากและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขาถูกกดทับทำให้เลือดไปเลี้ยงขาได้ไม่ดี


    4.นอนบนเตียง ซึ่งมีความสูงระดับเข่าเมื่อนั่งห้อยขาที่ขอบเตียงแล้วฝ่าเท้าจะแตะพื้นพอดี

     ไม่ควรนอนราบบนพื้นเพราะต้องงอเข่าเวลาจะนอนหรือจะลุกขึ้น ทำให้ผิวข้อเสียดสีกันมากขึ้นข้อก็จะเสื่อมเร็วขึ้น

   5.หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได ขณะขึ้นลงบันไดจะมีแรงกดที่เข่าประมาณ 3 เท่าของน้ำหนักตัว

  6.หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งในท่าเดียวนาน ๆถ้าจำเป็นก็ให้ขยับเปลี่ยนท่า หรือเหยียด-งอข้อเข่า บ่อย ๆ
    7.การยืนควรยืนตรงขากางออกเล็กน้อยให้น้ำหนักตัวลงบนขาทั้งสองข้างเท่าๆกันไม่ควรยืนเอียงลงน้ำหนักตัวบนขาข้างใดข้างหนึ่งเพราะจะทำให้เข่าที่รับน้ำหนักมากกว่าเกิดอาการปวดได้


   8.การเดินควรเดินบนพื้นราบไม่ควรเดินบนพื้นที่ไม่เสมอกัน เช่น บันไดทางลาดเอียงที่ชันมากหรือทางเดินที่ขรุขระเพราะทำให้น้ำหนักตัวที่ลงไปที่เข่าเพิ่มมากขึ้น

  และอาจจะเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้ง่ายควรใส่รองเท้าแบบมีส้นเตี้ย(สูงไม่เกิน 1 นิ้ว)หรือไม่มีส้นรองเท้าพื้นรองเท้านุ่มพอสมควรและ มีขนาดกระชับพอดี


    9.ใช้ไม้เท้าโดยเฉพาะผู้ที่ปวดมากหรือข้อเข่าโก่งผิดรูป
เพื่อช่วยรับน้ำหนักและช่วยพยุงตัว

   เมื่อจะล้มวิธีการถือไม้เท้าในผู้ที่ปวดเข่ามากข้างเดียวให้ถือในด้านตรงข้ามกับเข่าที่ปวดแต่ถ้าปวดทั้งสองข้างให้ถือในข้างที่ถนัด

   10.บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรงซึ่งจะช่วยลดอาการปวดทำให้ข้อเคลื่อนไหวและการทรงตัวดีขึ้น

  11.การออกกำลังกายวิธีอื่นควรออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงน้ำหนักมากนัก เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน


   เดินเร็วๆวิ่งเหยาะๆเป็นต้นไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องมีการลงน้ำหนักที่เข่าเพิ่มขึ้น

   เช่นวิ่งเร็วๆเต้นแอโรบิกฟุตบอลเทนนิสแบดมินตันบาสเกตบอลเพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อ

   และเส้นเอ็นรอบข้อเข่าเกิดการฉีกขาดได้และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้

  12.ถ้ามีอาการปวดให้พักการใช้ข้อเข่าและประคบด้วยความเย็น/ความร้อนหรือ ใช้ยานวดร่วมด้วยก็ได้

    ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้
จุดมุ่งหมายในการรักษาทุกวิธีคือ เพื่อลดอาการปวดทำให้ข้อเคลื่อนไหวดีขึ้น 

    ป้องกันหรือแก้ไขข้อที่ผิดรูปเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามสมควร

    จึงถือว่าแนวทางรักษาข้างต้นเป็นเพียงการรักษาปลายเหตุเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น และ ยังมีข้อจำกัด


   ารรักษาอีกด้วยเช่นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าถึงแม้ว่าปัจจุบันจะสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับธรรมชาติและบรรเทาอาการปวดได้ดีแต่ก็มีอายุใช้งานได้นานแค่ 10-15 ปี เป็นต้น




ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์(jontkare)สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง การป้องกันข้อเสื่อม

   ผู้ป่วยควรรู้จักการปฏิบัติตัวที่จะไม่ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น
เช่น การวิ่ง นั่งพับเพียบในรายที่มีข้อเข่าเสื่อม


   หลีกเลี่ยงการยกของหนักในรายที่อ้วนมากก็ช่วยลดแรงน้ำหนักตัวที่กระทำต่อข้อได้เช่นกัน

   นอกจากนี้การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์เช่นไม้เท้าจะช่วยลดการถ่ายแรงที่กระทำต่อข้อของขาได้





จ้อนท์แคร์(jontkare)เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100%เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจนจึงขายดีที่สุดในขณะนี้



 ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare)  สามารถป้องกันและแก้ปัญหาคข้อเสื่อม ได้ผลจริง


ปริมาณและราคา 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท



ดูข้อมูลที่http://jontkarenut.blogspot.com



                      อย.13-1-02950-1-0014

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ วรกัญณัฎฐ์  อัครเรืองวงศ์
https://line.me/ti/p/~kunnut599


 โทร.064-549-3661 , 095-163-9336

               อีเมล์ : kunnut59@gmail.com



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น