จ้อนท์แคร์ (jontkare) มีดังต่อไปนี้ คือ
1.เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ซึ่งร่างกายต้องการเพื่อช่วยทำให้เซลล์ในร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองจากโรคต่างๆได้ดีขึ้น
รวมทั้งการรักษาบาดแผล การป้องกันโรคมะเร็งลดการเป็นโรคเลือดออกตามไรฟันตลอดจนถึงโรคเกาต์หรืออาการปวดตามข้อ
2.บลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ให้ดียิ่งขึ้น
ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคทางประสาทและสมองช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกายและชะลอความแก่ชรา ฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์
ริ้วรอยดูลบเลือนลงทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยและอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย(ข้อมูลของ USDA หรือ สถาบันวิจัยโภชนาการทางด้านสรีระศาสตร์ ได้ระบุว่าบลูเบอร์รี่จัดเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด
ซึ่งผลจากการทดสอบค่าที่เรียกว่า “ORAC”(Oxygen Radical Absorbance Capacity)ได้แสดงให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่สดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลไม้สดและผักชนิดอื่น)
รักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย โดยมีรายงานว่าผศ.โรเบิร์ต คริโคเรียน แห่งศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัยซินซินเนติในสหรัฐ
ได้ทำการทดลองให้ผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการหลงๆลืมๆได้ดื่มน้ำบลูเบอร์รี่คั้นสดวันละ 2 แก้วเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกันผลการทดลองพบว่า ผู้สูงอายุเหล่านั้นมีความทรงจำที่ดีขึ้น
จึงเชื่อว่าผลบลูเบอร์รี่ดิบๆจึงน่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมด้วย
(Anthocyanin)ประกอบอยู่โดยเป็นสารจำพวกฟลาโวนอยด์ที่มีสีแดงอมม่วง
สารนี้มีประโยชน์
6.สารแอนโทไซยาโนไซด์
(Anthocyanosides)
เป็นสารที่มีคุณสมบัติเทียบได้กับสารไบโอฟลาโวนอยด์
สามารถช่วยทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
และสารชนิดนี้ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของไตและช่วยรักษาผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยเปราะในอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสีย
และสารแอนโธไซยาโนไซด์ชนิดหนึ่งคือสารไมร์ทิลลิน (Myrtliiln) เป็นสารสีน้ำเงินที่มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคที่เรียได้ด้วย
7.สารแอนโทไซยานินที่พบได้มากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่รวมถึงบลูเบอร์รี่
มีส่วนช่วยในการป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาหนักช่วยทำให้สายตาทำงานได้ดีขึ้นในที่มืด
และยังช่วยป้องกันต้อกระจกต้อหินต้อลมช่วยลดความดันในลูกตาและลดความเจ็บปวดจากการบวมในลูกตา
โดยข้อมูลจากArchives of Ophthalmologyชี้ว่าการรับประทานบลูเบอร์รี่วันละ3ถ้วยจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาที่เกิดในวัยผู้ใหญ่ได้ด้วย
และสารชนิดนี้ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของไตและช่วยรักษาผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยเปราะในอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสีย
และสารแอนโธไซยาโนไซด์ชนิดหนึ่งคือสารไมร์ทิลลิน (Myrtliiln) เป็นสารสีน้ำเงินที่มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคที่เรียได้ด้วย
และยังช่วยป้องกันต้อกระจกต้อหินต้อลมช่วยลดความดันในลูกตาและลดความเจ็บปวดจากการบวมในลูกตา
โดยข้อมูลจากArchives of Ophthalmologyชี้ว่าการรับประทานบลูเบอร์รี่วันละ3ถ้วยจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาที่เกิดในวัยผู้ใหญ่ได้ด้วย
9.ช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารและทำให้การขับถ่ายของร่างกายทำงานได้เป็นระบบมากขึ้นจึงช่วยป้องกันโรคท้องผูกและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้
10.บลูเบอร์รี่มีสาร Pterostilbene ที่ช่วยรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และตับ
และยังมีกรด Ellagic ที่ทำงานควบคู่กับแอนโทไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ป้องกันมะเร็งโดยผลการวิจัยของ Journal of Agricultural and Food Chemistry
ชี้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วย
และยังมีกรด Ellagic ที่ทำงานควบคู่กับแอนโทไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ป้องกันมะเร็งโดยผลการวิจัยของ Journal of Agricultural and Food Chemistry
ชี้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วย
และรู้สึกแสบในขณะปัสสาวะ บลูเบอร์มีสารที่ทำให้แบคทีเรียชนิดนี้หยุดการเจริญเติบโตและช่วยล้างแบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะ
แต่ได้ผลแนะนำให้รองรับประทานบลูเบอร์รี่เพราะผลไม้ชนิดนี้เป็นแหล่งของพลังงานชั้นยอดที่มีแคลอรี่ต่ำไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะมีเส้นใยอาหารที่ช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานกว่าเดิม
14.จากการศึกษาของศูนย์หัวใจและหลอดเลือดมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้แสดงให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่อาจช่วยลดไขมันหน้าท้อง
และความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้โดยพบว่าหนูทดลองที่รับประทานผงบลูเบอร์รี่ผสมในอาหารของหนูเป็นระยะเวลา 90 วันมีไขมันหน้าท้องน้อยลง และระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง
15.บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่เป็นตัวต่อต้านสารพิษและช่วยล้างพิษในร่างกาย
จ้อนท์แคร์ (jontkare)
สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อมได้ผลจริง
การป้องกันข้อเสื่อม
ผู้ป่วยควรรู้จักการปฏิบัติตัวที่จะไม่ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้นเช่นการวิ่งนั่งพับเพียบในรายที่มีข้อเข่า
เสื่อมหลีกเลี่ยงการยกของหนักในรายที่อ้วนมากก็ช่วยลดแรงน้ำหนักตัวที่กระทำต่อข้อได้เช่นกันนอกจากนี้การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่นไม้เท้า จะช่วยลดการถ่ายแรงที่กระทำต่อข้อของขาได้
เสื่อมหลีกเลี่ยงการยกของหนักในรายที่อ้วนมากก็ช่วยลดแรงน้ำหนักตัวที่กระทำต่อข้อได้เช่นกันนอกจากนี้การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่นไม้เท้า จะช่วยลดการถ่ายแรงที่กระทำต่อข้อของขาได้
![]() |
ปริมาณและราคา 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วรกัญณัฎฐ์ อัครเรืองวงศ์
คุณ วรกัญณัฎฐ์ อัครเรืองวงศ์



.jpg)







.jpg)










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น